บทที่ 17 อย่าได้ล้ำเส้นเรื่องของข้า
ระหว่างทั้งหรูอวี้และจ้าวลู่ฉือ เหมือนมีรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวของคนทั้งคู่ แม้แต่ตู้เหลียนยังรู้สึกได้จนขนแขนของนางลุก
“เอ่อ ท่านแม่ทัพจ้าว มารับจดหมายใช่หรือไม่” ตู้เหลียนต้องเอ่ยพูดออกมา ก่อนที่ทั้งสองจะจ้องหน้ากันจนตายไปข้าง
“อืม...ใช่ เจ้าเขียนเรียบร้อยแล้วรึยัง” จ้าวลู่ฉือจ้องมองตู้เหลียนอย่างแฝงไปด้วยความหมาย เมื่อเห็นนางพยักหน้าน้อยๆ เขาก็เหลือบไปมองหรูอวี้วูบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปรอที่หน้าห้องของตู้เหลียน
“หึ” คิดว่านางไม่รู้รึอย่างไร ที่เขามาดักรอท่านแม่ของนางเช่นนี้ คงอยากจะถามว่า ห้ามนางเรียบร้อยแล้วหรือยัง
หรูอวี้ส่งมารดาที่ห้องเรียบร้อย นางก็ขอตัวกลับห้องของนาง นางยังไม่ลืมกระซิบบอกมารดาเรื่องที่นางจะเข้าไปอยู่ภายในมิติ และรับปากว่าจะไม่ย้อนกลับไปที่เมืองหลวงอย่างเด็ดขาด
พอออกมาจากห้องของมารดาก็พบว่าจ้าวลู่ฉือยังอยู่ที่หน้าห้อง ราวกับว่าเขารอเพื่อพบนางเสียอย่างนั้น
“มารดาของเจ้าคงบอกเจ้าแล้ว”
หรูอวี้เลิกคิ้วขึ้นมองเขา “ดูท่า ท่านแม่ทัพสนใจเรื่องของข้าอยู่ไม่น้อย หากท่านต้องการให้ข้าช่วยท่านให้สมหวังกับท่านแม่ ท่านก็อย่าได้ล้ำเส้นเรื่องของข้านักเล่า” หรูอวี้เดินผ่านเขา เข้าห้องของนางทันที โดยไม่คิดจะหยุดฟังในสิ่งที่เขาจะพูด
เมื่อเข้ามาอยู่ภายในห้อง หรูอวี้ก็เข้าไปอยู่ภายในมิติของนางทันที ก่อนหน้านี้นางยังไม่ได้สำรวจภายในเรือนพักของนางเลยว่ามีสิ่งใดติดมาด้วย
หรูอวี้ตรวจสอบทองที่นางซื้อเก็บไว้ ตอนที่ทำงานเป็นนักฆ่า ก็พบว่าทั้งหมดถูกเก็บไว้ในตู้เซฟที่อยู่ในห้องนอนของนางเช่นเดิม
“หึหึ ไม่เสียทีที่ซื้อเก็บไว้” นางจูบทองคำแท่งด้วยความยินดี ก่อนจะปิดเซฟแล้วไปตรวจดูข้าวของที่เป็นสินเดิมของสวีเหมยลี่ที่นางนำมาด้วยทั้งหมด
แม้สินเดิมของสวีเหมยลี่ที่ติดตัวนางมาจะไม่ได้มากมายนัก แต่เงินที่นางเก็บไว้ตอนที่บรรดาฮูหยินจวนต่างๆ มาขอให้นางช่วยพูดกับสามีเรื่องคดีความก็นับว่าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ไหนจะเงินที่ริบจากสามแม่ลูกตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็นับว่าหลายร้อยตำลึงทองเลย
“จุ๊ๆ ไม่รู้ว่ารู้เรื่องแล้วจะกระอักเลือดเลยหรือไม่” นางยกยิ้มอย่างสะใจ เมื่อนึกถึงสีหน้าของสวีเหมยลี่ที่รู้ว่าสมบัติทั้งหมดของนางก็ถูกปล้นไปแล้วเช่นกัน
หรูอวี้ทิ้งข้าวของทั้งหมดที่กวาดมาจากจวนตระกูลเซี่ยไว้ให้ห้องเก็บของ นางจัดการหาอาหารง่ายๆ กินก่อนจะล้างตัวเพื่อพักผ่อน
ตู้เหลียนรู้เรื่องที่บุตรสาวจะเข้าไปอยู่ในมิติของนางแล้วจึงไม่ได้ให้คนไปตามนางมากินมื้อเย็นด้วยกัน
“ท่านแม่อวี้เออร์เล่าขอรับ” ตู้หยวนมองหาน้องสาวก็ไม่เห็นว่านางจะลงมารับมื้อเย็นเสียที
“นางพักอยู่ในห้อง” ตู้หยวนจะลุกขึ้นไปดูน้องสาว แต่เมื่อเห็นสายตาของมารดาที่มองเตือนมาเขาก็กลับนั่งลงเช่นเดิม
“มิใช่ว่านางไม่พอใจข้าจนไม่ยอมมาร่วมโต๊ะหรอกรึ” จ้าวลู่ฉือที่นั่งอยู่ด้วยเอ่ยถามออกมา
“มิใช่เจ้าค่ะ อวี้เออร์มิเคยนั่งรถม้าเท่าใดนัก นางคงจะเหนื่อยล้าจนมิอยากอาหาร ข้าจึงปล่อยให้นางได้พักผ่อน”
“อืม เช่นนั้นก็กินเถิด ไว้สั่งห้องครัวให้เตรียมอาหารไว้ เผื่อว่านางหิวขึ้นมาจะได้มีกิน”
“เจ้าค่ะ” ตู้เหลียนรับคำไปอย่างงั้น ด้วยรู้ดีว่าภายในมิติของบุตรสาวนางมีพร้อมทุกอย่าง นางคงไม่ออกมาหาอะไรกินอีกแล้ว
หรูอวี้หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ นางก็หายาบำรุงกิน ด้วยร่างกายของนางในตอนนี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก หากจะเริ่มกลับมาฝึกฝนร่างกายในตอนนี้เห็นที เพียงแค่ไม่กี่นาทีนางก็คงจะหอบเสียแล้ว
“เอ๊ะ...ข้าเก็บเจ้ายาบ้านี่ไว้ด้วยรึ” นางหยิบกระปุกยาขึ้นมามองอย่างนึกรังเกียจ
